ดาษดาความหลังจากหนึ่งปาทังก้า

ตั๊กแตนปาทังกาเคยบุกหมู่บ้านเมื่อหลายสิบปีก่อน ทั่วทั้งทุ่งเต็มไปด้วยพวกมัน ยามบินขึ้นเป็นฝูงพร้อมกันบางครั้งเหมือนกำลังดูนาฏกรรมของแมลงปีกแข็ง

ปกติแล้วเมื่อพ้นหน้านา ระหว่างฤดูหนาวกับร้อน มันเป็นช่วงเวลาที่วัวควายจะได้เล็มหญ้าอย่างเต็มอิ่ม เด็กเลี้ยงควายอย่างผมไม่ต้องออกแรงต้อนวัวควายข้ามทุ่ง ปักหลักมัดเชือกไว้แล้วนอนกลางวันใต้ร่มไม้สบายใจเฉิบ

แต่ปีนั้นปาทังก้าเยอะเหลือเกิน

ตามหลักการแล้วพวกมันจัดเป็นแมลงศัตรูพืช แต่กับทุ่งนาที่ไม่ปลูกสร้างอะไรอีกหลังพ้นการทำข้าว ปาทังก้าไม่ได้สร้างปัญหาให้กับเกษตรกรเท่าใดนัก ในทางกลับกัน มันสร้างความเพลิดเพลินให้กับเด็กเลี้ยงควายเสียเต็มประดา

หักต้นสาบเสือเป็นไม้เรียว ไล่หวดไม่กี่อึดใจก็ได้ปาทังก้าเต็มถุง หากตั้งใจหน่อยก็เอาไม้ไผ่ทำวงตรงปลาย แล้วใช้ถุงพลาสติกคลุม วิ่งไล่ครอบง่ายดาย

แต่วิธีหลังไม่สาแก่ใจอันเหี้ยมโหดเท่าวิธีแรก

ไม่ว่ามันอยู่บนพื้นหญ้า หรือกำลังบิน เป็นต้องหวดเต็มแรง บางตัวหัวขาด ปีกหัก ขาหลุด และไม่น้อยก็พลาด

ความ 50/50 ในการใช้ไม้เรียวนี่แหละที่ทำให้การล่าตั๊กแตนปาทังก้าสนุกสนาน

หาจนพอใจก็ก่อไฟกลางทุ่ง เอาโยนเข้ากองไฟอย่างง่าย พอสุกก็เขี่ยออกมา จะกินเล่น กินจริงจังก็แล้วแต่กระเพาะจะปรารถนา

หากจิตใจดีมีคุณธรรมหรือพิถีพิถันกับการกินหน่อยก็ใช้วิธีหลังเพื่อจับเป็นไว้สำหรับอาหารเย็นหรือห่อข้าวไปโรงเรียนได้

แต่หลังจากปีนั้นไม่รู้พวกมันหายไปไหน รอวันแล้ววันเล่าปาทังก้าในรูปแบบฝูงดาษดาเต็มทุ่งเหมือนที่เคยเห็นกลับเหลือเพียงไม่กี่ตัว ปีต่อมาก็รออีกว่าพวกมันจะมาอีกไหม เมื่อไม่เห็นวี่แววก็เลิกล้มความตั้งใจกระทั่งลืมมันไปเนิ่นนาน

กว่าจะรู้ตัวอีกทีเดือนปีก็รุดหน้ามากระทั่งวันหนึ่งเห็นมันเกาะบนต้นหม่อนที่ไร่ของผม

หยิบกล้องมาบันทึกภาพ

หลังลั่นไกชัตเตอร์ เด็กน้อยที่อยู่ข้างในก็ออกวิ่งเล่นอีกครั้งอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Copyright © 2019. All rights reserved.