การสอบเอ็นทรานซ์ที่สุดชิลของเด็กสายศิลป์

ครูแนะแนวแทบไม่เคยเข้าห้องสอน อาจเพราะไม่คิดว่าเด็กห้องศิลป์จะอยากสอบเข้ามหาวิทยาลัย ซึ่งก็คงถูก อย่างน้อยก็ครึ่งหนึ่ง

เมื่อใกล้วันสอบเอ็นทรานซ์ ผมจึงไม่ได้อีนังขังขอบเป็นเดือดเป็นร้อนอะไร กระทั่งเพื่อนฝูงอีกห้องต้องขี่มอเตอร์ไซค์มาลากผมออกจากไร่แตงโมเพื่อตระเวนหาใบสมัครสอบ ซึ่งอาจมีเพื่อนบางคนซื้อมาเกินหรือเปลี่ยนใจไม่สอบแล้วหลงเหลือบ้าง

ผมได้ใบสมัครในบ่ายวันหนึ่ง โดยมีเพื่อนพ้องเป็นธุระจัดหาแนะแนวให้ว่าจะต้องเลือกสาขาอย่างไร เลือกคณะอย่างไร เพื่อที่จะกำหนดว่าจะต้องสอบอะไรบ้าง

ไล่เรียงดูสาขาวิชาในคู่มือรับตรงเล่มนั้น แล้วเตะตากับรายวิชาเขียนบทภาพยนตร์ หนังสือพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ ซึ่งเป็นสิ่งที่สนใจมันอยู่แล้ว จึงเลือกจิ้มสาขา “สื่อสารมวลชน” แล้วดูว่ารายวิชาที่ต้องสอบมีอะไรบ้าง

ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ สังคมศึกษา ทั้งหมดเพียง 3 วิชาเท่านั้น

Requirement ของสาขาคือ 3 วิชาก็สอบแค่ 3 วิชา ไม่ต้องไปกั๊กเกิ๊กสอบโน่นนี่นั่นเผื่อไว้ให้เสียเวลาทำมาหากิน

กรอกเสร็จส่ง ถึงเวลาสอบขับรถมอเตอร์ไซค์ไปนอนค้างในเมืองกับเพื่อน อ่านหนังสือคืนนั้น 3 วิชารวด ตื่นไปสอบ 3 วิชารวด เดินออกมาแบบเฉยๆ บางข้อทำไม่ได้จริง แต่หลายข้อไม่ได้ยากอะไร ความกดดันไม่เคยมีในหัว เพราะลึกๆ แล้วผมไม่เคยมีปัญหากับการสอบสักเท่าไหร่

สอบเสร็จนั่งมอเตอร์ไซค์กลับบ้าน ถึงวันประกาศผลสอบเอ็นทรานซ์ก็มีชื่อผมติดอยู่ในนั้น

แน่นอนว่ามองจากคนสอบได้มันก็คงง่ายตามที่ว่ามา ไม่ซับซ้อนซ่อนเงื่อนเหมือนรุ่นหลังๆ และไม่ต้องพูดถึงการสอบในยุคนี้ ถ้าให้ผมต้องมานั่งฝนคำตอบในสภาวะอย่างที่เห็นผมคงตัดสินใจทำไร่ไถนาสบายกว่าเยอะ

ไหนจะข้อสอบประหลาดๆ ไหนจะระบบสอบที่ยุ่งเหยิง บางทีการนั่งเกาหำอยู่กลางทุ่งนาอาจเป็นวิธีการที่ฉลาดกว่าก็เป็นได้

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Copyright © 2019. All rights reserved.