ฉันเป็นอิหม่ามในหมู่บ้านแห่งนี้

รับปากกับเราได้ไหม พวกคุณผู้ถืออาวุธแห่งความตาย รับปากกับเราได้ไหม ว่าคุณจะไม่ฟาดฟันมันใส่ผู้บริสุทธิ์อีก รับปากกับเราได้ไหม ประวัติศาสตร์จะต้องไม่ซ้ำรอย..​..ที่นี่มีคนตาย

แด่อีสาน ทหาร นักการเมือง และประชาชน

อดอยากตั๊ว จั่งถือจอม จั่งจับเสียม ดิน แห้งเกรียม จั่งฮ้องฟ้า ถามหาฝน ทุกข์ยากหลาย บ่แม่นย้อน เกิดมาจน เพียง เป็นคน บ่ถ่อเทียม จั่งท้อใจ เห็นแต่เขา กินนอนอิ่ม สบายดาก
บ่อยู่ ยาก คือพี่น้อง ไทอีสาน ฮ้องฮ้องฮ้อง สู้สู้สู้ เฮ็ดทุกงาน แต่คุณค่า เหลือปาน แมงกุดจี่

บทกวีไม่มีสัมผัสและไร้ความหมาย

เราเรียกมาตราส่วนของมันว่าแบน ความแบนของมันน่าพิศมัยกว่าความแบนของหล่อน มันเป็นอารมณ์รักๆ และหลอนๆ เราจึงยกมันเพื่อถอนความหลอนในจิตใจ กระดกยก กระดกยก ครั้งแล้วครั้งเล่า บางครั้งเหล้า บ่อยครั้งกร้าว บางครั้งกลุ้ม ปลดปล่อย ปลดเปลื้อง เปลืองรสปรุง จนใกล้รุ่ง ยังร้อนรุ่น ยังคาใจ

อะไรปลอมปน ในความฝันและความจริง

เช้าอีกแล้วสินะ เขายังคงนั่งตรงนี้ เช่นเดียวกับเมื่อวาน เมื่อคืน และเมื่อสักครู่นี้ เขาตื่นขณะหลับ และเผลอหลับขณะตื่น น้ำยังคงร้อนเช่นเดียวกับเมื่อวาน เมื่อคืน และเมื่อสักครู่นี้
ไม่มีความกุลีกุจอ เขาเพียงแต่เนิบกายตนเองเข้าใกล้ความร้อนของน้ำอีกครั้ง

ความฝันระยะสุดท้าย ความตายระยะแรก

นี่ไม่ใช่เพลงรัก หากเธอรู้จักฉันดีพอ คำสัญญาที่เคยร้องขอ อาจปลิวหายจากความทรงจำ ความซื่อสัตย์ที่เคยเชื่อมั่น สักวันคงเป็นวิกฤตศรัทธา ความลุ่มหลงในเสน่หา อาจไร้ค่าเมื่อสิ้นเหมันต์

ร่วงหล่นลงเชื่องช้า

หยาดฝนหล่นช้าๆ ตรงขอบหน้าต่าง ความฝันหล่นช้าๆ ตรงขอบรุ้ง ดวงตะวันหล่นช้าๆ ตรงเส้นขอบฟ้าอันไกลโพ้น แต่บางอย่างยังอยู่ตรงนั้น ไม่ร่วงหล่นหายไปไหน

ถมทับ เติมเต็ม ด้วยอะไร

นานมาแล้ว มีเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อไม่นาน เป็นเสียงขับขาน ร่ำร้อง และโหยไห้ เป็นรอยยิ้ม รอยคราบ ความห่วงใย เป็นอะไร สักอย่าง ที่มันเป็น อาจเพราะคืน ของวันนั้น หนักไปหน่อย กว่าจะตื่น ก็บ่ายคล้อย จากความฝัน กว่าจะหลับ จึงกินเวลา ของอีกวัน จึงคล้ายฝัน คล้ายตื่น ไม่ชื่นอย่างเคย