ความหวังอันสุภาพ ของหญิงสาวผู้ปรารถนาเดินทาง

“มันมีวิธีที่ง่ายกว่านี้ไหมคะ?”

ประโยคคำถามของหญิงสาวจบลง ริมฝีปากเธอเผยอเล็กน้อยคล้ายต้องการยิงคำถามต่อไป แต่เธอหยุดมันไว้เท่านี้ อาจคิดในใจว่าผมคงไม่มีคำตอบให้ ผมเดา…

แววตาของเธอยังคงชวนฝัน แต่คิ้วนั่นเริ่มขมวด ความคาดหวังในคำตอบของเธอเริ่มปรากฎชัดหากวัดจากหว่างคิ้วที่เริ่มจรดเข้าหากัน

‘จะตอบอย่างไรดี?’ ผมคิด

แก้มของเธอมีสีแดงระเรื่อ ไม่ใช่เพราะเธอเริ่มอาย แต่มันเป็นสีที่เกิดจากการใช้บรัชออนปัดแก้มอย่างตั้งใจ เธอแต่งหน้าได้ดี

แต่ผมก็ยังไม่มีคำตอบให้

“ว่าไงคะ?”

ในที่สุดปากที่เผยอคราวนั้นก็เปล่งคำถามออกมา

วันนี้แดดแรง แต่เราก็ยังจิบกาแฟร้อน ภายใต้บุคลิกแบบหวานที่ปกคลุมเธออยู่ ยังพอเห็นความเข้มจากกาแฟแก้วนั้น เธอไม่ใส่น้ำตาล เช่นเดียวกันกับชายผู้สะอึกก้อนคำถามที่นั่งอยู่ตรงหน้าเธอ เพียงแต่เหตุผลอาจจะไม่เหมือนกันเสียทีเดียว ก็เมื่อคืนผมดื่มจัดเสียจนจำไม่ได้ว่า หลังจบเพลง Bad Romance ของ Lady Gaga ผมเผลอกล่าวผรุสวาจาที่คั่งค้างในใจออกไปกับใคร อย่างไรบ้าง

นั่นคือสติสุดท้าย

โชคดีที่ตื่นได้

กระนั้นก็ยังมีแต่เพียงซากร่างเท่านั้น อาการปวดหัวคือมรดกของแอลกอฮอล์หลากยี่ห้อที่เหลือไว้ให้ วินาทีนี้ ผมจึงไม่สามารถสั่งเครื่องดื่มใดๆ ได้นอกจากกาแฟดำร้อน

“ตกลงว่าไง…คะ!?”

ประโยคแบบพยายามสุภาพของเธอทำหน้าที่ได้ดีกว่ากาแฟดำร้อน น้ำเสียงของเธอเริ่มจริงจัง ลมร้อนๆ ที่พัดเข้ามาทำให้ผมของเธอปลิวสยาย

เธอเอามือเรียวๆ เหน็บเส้นผมไปไว้ที่ซอกหู เส้นผมมีประกาย แต่สายตาของผมเริ่มเศร้า ไม่มีคำตอบ

…..

มันเริ่มจากเช้านี้ 08.30 น. ของวันเสาร์ เช้าสำหรับคนปกติ แต่เช้าตรู่เหลือเกินสำหรับคนที่ผ่านการอาบแอลกอฮอล์อย่างหนักเช่นผม เสียงที่ได้ยินผ่านโทรศัพท์พอจับใจได้ว่า เธอกำลังมีปัญหากับงานวิจัย มันมีผลต่อสถานะของเธอในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

จบ หรือ ไม่จบ คือเส้นบางๆ ที่คั่นเอาไว้ โดยมีผมเป็นตัวแปรสำคัญ เธอคิดเช่นนั้น และคาดหวังว่าคนที่เคยผ่านการทำวิจัยมาแบบงูๆ ปลาๆ จะช่วยให้เธอจบการศึกษาได้

เธอยอมรับว่าพลาดที่ไปจ้างใครก็ไม่รู้มาทำวิจัยให้ มันเป็นหัวข้อที่เธอเองก็ไม่แตกฉาน แต่อาจารย์ที่ปรึกษาบอกว่าประเด็นนี้น่าสนใจ ถ้าทำได้เธอก็จบปริญญาโทได้ไม่ยาก

“ความเสมอภาคทางเพศที่ปรากฎในฟรีทีวีของไทย…ง่ายๆ คะ แต่หนูไม่รู้ว่าจะเริ่มยังไง ช่วยหนูหน่อยนะคะ” น้ำเสียงของเช้านี้ที่ได้ยินผ่านโทรศัพท์ซัมซุง ฮีโร่

มันเป็นโทรศัพท์ที่มีแอพลิเคชั่นไฟฉาย แต่วินาทีหลังจากวางสาย ผมกลับรู้สึกมืดมน

ผมตกปากรับคำอย่างหาที่สุดไม่ได้ เพราะไม่รู้จะปฏิเสธอย่างไร หากไม่ยึดติดกับความซื่อสัตย์นัก บางทีผมอาจช่วยเธอได้ นั่นจึงทำให้เรามาเจอกันที่ร้านกาแฟแห่งนี้ บางทีผมอาจสามารถช่วยไกด์แนวทางได้บ้าง และเธอก็จะเรียนจบปริญญาโท ปลดปล่อยพันธนาการแห่งการศึกษาออกไป

“ไหน…เอามาดูสิ ถึงไหนแล้ว?” ผมถามหางานวิจัยที่เธอบอกว่ายังไม่เรียบร้อย

“คืองี้คะ…งานวิจัยหนะหนูไม่ได้ปริ๊นท์มา แต่เคยเอาไปส่งแล้วอาจารย์บอกว่ามันอ่านไม่รู้เรื่อง ข้อมูลที่นำมาใช้ก็ไม่เวิร์ค Methodology ก็ง่อยๆ หนูก็ไม่รู้ว่าจะแก้ยังไง แล้วคนที่รับงานไปทำวิจัยให้ก็ติดต่อไม่ได้ แล้วหนูก็ต้องส่งงานแล้ว…”

กาแฟเปลี่ยนจากร้อนเป็นอุ่น ผมแบกอาการแฮงค์ๆ มาเจอกับสภาพงุนงงซึ่งหน้า เธอถามว่าหากต้องใช้เวลา 2 อาทิตย์เพื่อทำงานให้เรียบร้อยจะเรียกราคาเท่าไหร่ก็ยอม

ผมซดน้ำสีดำข้นในถ้วยอุ่นนั้นหมดเกลี้ยง

ลมที่หอบคลื่นความร้อนมาด้วยปะทะใบหน้า ผมนั่งนิ่งๆ มองแววตาคู่นั้นที่อยู่ฝั่งตรงข้าม ผมจำได้…เธอเคยบอกว่าเรียนจบแล้วเธอจะไปสมัครเป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัยใกล้บ้าน เป็นนักวิชาการ และเป็นเจ้าคนนายคนอย่างที่พ่อแม่เธอวาดฝันไว้ ทำโน่นนิด นี่หน่อย คงมีความสุขไม่น้อย

ผมจำฝีแปรงแห่งความคิดของเธอ ที่ระบายในความฝันได้ มันเป็นสีโทนพาสเทลเหมือนร้านกาแฟแห่งนี้ที่เธอนัดผมมาเจอกัน

“ถ้าให้ติ-ชมหรือแนะแนวทางนั่นพอไหว แต่ถ้าจะมาว่าจ้างผมคงไม่ทำ ผมช่วยแนะเรื่อง Methodology ได้ แต่พวกแนวคิด ทฤษฎี งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งพวกเก็บข้อมูลต่างๆ เนี่ย คุณต้องทำเองนะ” เป็นประโยคที่ยาวที่สุดตั้งแต่เช้านี้ของผม

เธอนิ่งสักพัก ผมคิดว่าเธอคงทำได้ ก็นี่มันสองปีกว่าแล้วที่เธอเรียนปริญญาโท แต่นั่นก็เป็นความคิดของผมเพียงฝ่ายเดียว

เธอยกกาแฟขึ้นซด เหลือทิ้งไว้ในถ้วยเล็กน้อย

เธอเม้มปาก ผมเข้าใจว่าคงเพราะกาแฟที่ติดอยู่ริมฝีปากนั่นกระมัง การเม้มปากจึงน่าจะดีกว่าแลบลิ้นออกมาทำความสะอาด

เธอไม่กักขฬะอย่างเช่นผม

พลันที่ปากกลับสู่ภาวะปกติ เธอเผยอริมฝีปากช้าๆ ก่อนประโยคเริ่มต้นของเรื่องนี้จะหลุดออกมา และจนถึงวินาทีนี้ผมยังไม่มีคำตอบให้กับมัน

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Copyright © 2018. All rights reserved.